Black Ribbon Top Left

การรับโทษทางอาญาสำหรับบุคคลที่อายุยังน้อย

   7 ก.ค. 69  /   5

การรับโทษทางอาญาสำหรับบุคคลที่อายุยังน้อย???? EP.2

.

การรับโทษทางอาญาของบุคคลเป็นประเด็นที่ถูกสังคมตั้งคำถามเสมอ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลที่อายุยังน้อยเป็นผู้กระทำความผิด บุคคลเหล่านั้นควรต้องรับโทษอย่างไร บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับการรับโทษทางอาญาของบุคคลดังกล่าว

.

จากข่าวเด็กอายุประมาณ 11 ปี ขับรถชนพระสงฆ์ เป็นเหตุให้พระสงฆ์เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส จนสังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับการรับโทษทางอาญาและการดำเนินการกับเด็กผู้ขับขี่นั้น สามารถแยกพิจารณาได้ตามช่วงอายุ ดังนี้

1) หากผู้กระทำความผิดอายุไม่เกิน 12 ปี กฎหมายกำหนดให้เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กเพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายคุ้มครองเด็กแทน

2) หากผู้กระทำความผิดอายุเกิน 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี กฎหมายยังคงกำหนดให้เด็กไม่ต้องรับโทษทำนองเดียวกับผู้กระทำความผิดที่มีอายุยังไม่เกิน 12 ปีข้างต้น แต่อย่างไรก็ดี กฎหมายได้กำหนดให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) ว่ากล่าวตักเตือน และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้ (2) ถ้าศาลเห็นว่า บิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งจะไม่เกินสามปีและกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาทในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น (3) ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กด้วยก็ได้ (4) ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และศาลเห็นว่าไม่สมควรจะเรียกบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลอาจจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองดังกล่าวมาข้างต้นหรือไม่ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ศาลมีอำนาจมอบตัวเด็กให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าวร่วมด้วย (5) ถ้าเด็กนั้นไม่มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้หรือถ้าเด็กอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และบุคคลนั้นไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอนตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้หากบุคคลหรือองค์การนั้นยินยอม หรือ (6) ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่ไม่เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี

3) หากผู้กระทำความผิดอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี หากผู้กระทำความผิดมีอายุเกินกว่า 15 ปีแต่ต่ำกว่า 18 ปี กฎหมายบังคับให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวของผู้กระทำความผิดก่อนที่จะวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ให้จัดการเช่นเดียวกับเด็กที่มีอายุเกิน 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี แต่ถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงครึ่งหนึ่ง

.

????บทความโดย รองศาสตราจารย์ปพนธีร์ ธีระพันธ์

อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์

มหาวิทยาลัยทักษิณ

????ภาพข่าวโดย นายจตุพล จันทร์มล

ขอบคุณภาพประกอบการออกเเบบจากสยามรัฐ

------------------------------------------------------------

(โครงการปัญญาชนสาธารณะ)

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

#นิติเป็นเลิศ_เทิดคุณธรรม_นำยุติธรรมสู่สังคม #เรียนนิติศาสตร์ต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ #นิติศาสตร์ #LAWTSU #LAWLUI #คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ #นิติศาสตร์มทักษิณ #TSU