Black Ribbon Top Left

กฎหมายเคลียร์ชัด! เด็กทำละเมิด พ่อแม่ร่วมรับผิดชอบ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าดูแลดีแล้ว

   7 ก.ค. 69  /   12

กฎหมายเคลียร์ชัด! เด็กทำละเมิด พ่อแม่ร่วมรับผิดชอบ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าดูแลดีแล้ว

.

วันนี้ ปัญญาชนสาธารณะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ขอพาทุกคนมาเจาะลึกด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ "ความรับผิดเพื่อละเมิดของผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์" EP.1

.

หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า เมื่อผู้เยาว์หรือเด็กไปก่อความเสียหาย ไม่ว่าจะขับรถชน ทะเลาะวิวาท หรือทำลายทรัพย์สินผู้อื่น กฎหมายไทยมีมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายและเอาผิดกับผู้ปกครองอย่างไร?

.

#บทความชวนรู้

ความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของผู้ไร้ความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้เยาว์” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหาย ในขณะเดียวกัน กฎหมายยังต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและการกระจายความรับผิดชอบไปยังบุคคลที่มีความใกล้ชิดหรือมีหน้าที่ควบคุมดูแลพฤติกรรมของผู้เยาว์ด้วย

.

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 วางหลักว่า “บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด” หลักกฎหมายนี้จึงสะท้อนว่า ความเป็นผู้เยาว์มิใช่เหตุยกเว้นความรับผิดในทางแพ่ง แต่การที่ผู้เยาว์จะต้องรับผิดตามมาตรา 429 นั้น การกระทำของผู้เยาว์จะต้องครบองค์ประกอบความรับผิดทั่วไปตามมาตรา 420 เสียก่อน กล่าวคือ ผู้เยาว์ต้องกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง หากการกระทำของผู้เยาว์ขาดองค์ประกอบตามมาตรา 420 เช่น เป็นกรณีที่เด็กเยาว์วัยมากจนไร้เดียงสาอย่างสิ้นเชิงและไม่อาจตระหนักรู้ถึงความระมัดระวังขั้นต่ำสุดตามวิสัยและพฤติการณ์ได้ การกระทำนั้นย่อมไม่เป็นละเมิด และเมื่อการกระทำของผู้เยาว์ไม่เป็นละเมิดแล้ว บิดามารดา ก็ไม่จำต้องร่วมรับผิดใด ๆ เนื่องจากไม่มีมูลหนี้ละเมิดต้นประธานเกิดขึ้นให้ต้องรับผิดร่วม

.

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าการกระทำของผู้เยาว์เป็นละเมิดตามมาตรา 420 แล้ว มาตรา 429 ได้วางหลักเกณฑ์ความรับผิดร่วมของบิดามารดาไว้ว่า “บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น” บทบัญญัตินี้ก่อให้เกิดผลในทางกฎหมายและนิติวิธีที่สำคัญ คือ หลักสันนิษฐานความรับผิด (Presumption of Fault) ซึ่งกฎหมายกำหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายไว้ก่อนว่า บิดามารดาไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการอบรมสั่งสอนและดูแลบุตรผู้เยาว์ตามสมควร อันส่งผลให้ภาระการพิสูจน์ในชั้นศาลจะตกอยู่แก่บิดามารดาของผู้เยาว์ในการนำสืบพยานหลักฐานหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว และหากบิดามารดาไม่สามารถนำสืบให้เห็นว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว บิดามารดาจะต้องร่วมรับผิดกับผู้เยาว์

.

สำหรับคำว่า “หน้าที่ดูแล” ของบิดามารดานั้นมีความหมายกว้างขวาง ครอบคลุมถึงการควบคุมดูแลความประพฤติ การอบรมสั่งสอน ตลอดจนการป้องกันไม่ให้บุตรผู้เยาว์ไปก่อความเสียหายแก่ผู้อื่น ศาลฎีกาของไทยได้วางบรรทัดฐานในการพิจารณาประเด็นนี้ไว้โดยจำแนกตามพฤติการณ์ เช่น การปล่อยให้ผู้เยาว์ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่เล็งเห็นได้ว่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่นได้ง่าย บิดามารดาก็จะต้องร่วมรับผิดเนื่องจากความบกพร่องในการอบรมและควบคุมความประพฤติ หรือการยินยอมให้ขับขี่รถยนต์สาธารณะซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ ย่อมถือเป็นการสร้างความเสี่ยงภัยและเป็นการละเลยหน้าที่ดูแลตามสมควร บิดามารดาจึงต้องร่วมรับผิด

.

โดยสรุป การที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดหลักเกณฑ์ความรับผิดของผู้เยาว์และบุคคลที่มีความใกล้ชิดหรือมีหน้าที่ควบคุมดูแลพฤติกรรมของผู้เยาว์ถือเป็นมาตรการทางกฎหมายที่สร้างความเป็นธรรมอย่างยิ่งแก่ผู้เสียหาย เนื่องจากในทางปฏิบัติ ผู้เยาว์มักเป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินหรือรายได้เพียงพอที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ การดึงบุคคลผู้มีส่วนร่วมในการควบคุมพฤติกรรมหรือผู้มีอำนาจปกครองเข้ามาร่วมรับผิดจะช่วยให้สิทธิของผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองและเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม

.

????บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรยุทธ ปักษา

อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์

มหาวิทยาลัยทักษิณ

????ภาพข่าวโดย นายจตุพล จันทร์มล

ขอบคุณภาพประกอบการออกเเบบจากไทยรัฐออนไลน์ (2 ก.ค. 2569 13:32 น.)

------------------------------------------------------------

(โครงการปัญญาชนสาธารณะ)

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

#นิติเป็นเลิศ_เทิดคุณธรรม_นำยุติธรรมสู่สังคม #เรียนนิติศาสตร์ต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ #นิติศาสตร์ #LAWTSU #LAWLUI #คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ #นิติศาสตร์มทักษิณ #TSU