Black Ribbon Top Left

ไม่ไปเลือกตั้ง ถูกตัดสิทธิอะไรบ้าง? และถูกตัดสิทธินานเท่าไหร่ มาดูกัน

   29 ม.ค. 69  /   26

ไม่ไปเลือกตั้ง ถูกตัดสิทธิอะไรบ้าง? และถูกตัดสิทธินานเท่าไหร่ มาดูกัน????

⚖️ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 57 (4) ได้กำหนดให้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับทฤษฎีอำนาจอธิปไตยเป็นของชาติ (National Sovereignty) โดยอธิบายว่าเมื่อประชาชนได้มาอยู่รวมกันแล้วก็ทำให้เกิดสภาวะความเป็น “ชาติ” ในลักษณะนิติบุคคลที่เป็นองค์รวม (Corporative Entity) ที่แยกออกจากปัจเจกบุคคล ตามทฤษฎีนี้ อำนาจอธิปไตยไม่อาจแบ่งเป็นส่วน ๆ ให้แต่ละคนได้ แต่จะมีลักษณะเป็น “องค์รวม” โดยชาติเป็นนามธรรมที่ไม่สามารถแสดงออกได้ด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้ไปทำหน้าที่เลือกผู้แทนไปเป็น “ผู้แทนของชาติ” (Representative of the Nation) เพื่อไปทำหน้าที่แทนชาติ ดังนั้น ตามทฤษฎีนี้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงเป็น “หน้าที่สาธารณะ” (Public Function) ที่ปัจเจกบุคคลจะต้องไปทำเพื่อชาติ ไม่ใช่เสรีภาพของปัจเจกบุคคลที่จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้แต่อย่างใด

????อย่างไรก็ดี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 3 บัญญัติว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย (ไม่ใช่ของชาติ) ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับทฤษฎีอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน (Popular Sovereignty) ที่มองว่าประชาชนทุกคนมีส่วนแบ่งในอำนาจอธิปไตยคนละ 1 ส่วนเท่า ๆ กัน ดังนั้น เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน จึงมองว่าการไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงเป็น “สิทธิ” (Right) ไม่ใช่ “หน้าที่” (Duty) ทั้งสองหลักการดังกล่าวที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ จึงมีมุมมองทางวิชากการต่อประเด็นนี้แตกต่างกันออกไป โดยนักวิชาการจำนวนหนึ่งเห็นว่าลักษณะดังกล่าวเป็นความขัดแย้งทางทฤษฎี แต่บางกลุ่มมองว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยยังไม่เข้มแข็ง หากกำหนดให้การเลือกตั้งเป็น “สิทธิ” อาจทำให้จำนวนคนมาใช้สิทธิมีน้อย ซึ่งจะส่งผลให้การซื้อสิทธิขายเสียงทำได้ง่าย หรือเมื่อคนมาใช้สิทธิน้อย ทำให้ความชอบธรรม ความสง่างามของผู้แทนมีน้อยลงไปด้วย

⏰ทีนี้มาถึงประเด็นที่ตั้งไว้ คือ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกตัดสิทธิประการใดบ้าง และถูกตัดสิทธินานเท่าไหร่ ในประเด็นนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 35 กำหนดว่าจะถูกตัดสิทธิหรือจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (อบต. เทศบาล อบจ. เป็นต้น) หรือถูกจำกัดสิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(3) สมัครรับเลือกเป็นกํานันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(4) ดํารงตําแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง (เช่น รัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น) และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา (เช่น ประธาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษา เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ของประธานสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรองประธานสภาฯ ทั้งสองสภา)

(5) ดํารงตําแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

????ข้อสังเกต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ถูกจำกัดสิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย สิทธิในการเข้าชื่อเสนอถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นแต่อย่างใด และมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไม่ได้ให้สิทธิประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ แต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฯ ปี 2540 และ ปี 2550 ที่ให้สิทธิประชาชนเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนได้

⏰ส่วนระยะเวลาในการถูกจำกัดสิทธินั้น มาตรา 35 วรรคสอง กำหนดว่า ให้มีกําหนดเวลาครั้งละสองปีนับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากหลังจากนั้น ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ้ำอีก กรณีนี้ ก็ให้นับเวลาการจํากัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ และหากกําหนดเวลาการจํากัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กําหนดเวลาการจํากัดสิทธินั้นสิ้นสุดลงโดยใช้ระยะเวลาจำกัดสิทธิครั้งหลังสุดแทน

????สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ว่า การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้จะไม่ได้กระทบต่อสิทธิอื่น ๆ แต่ทำให้เสียสิทธิทางการเมืองหลายประการดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับการไปเลือกตั้ง เป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมืองในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย 1 ส่วนตามทฤษฎีเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากที่สุด

เขียนข่าวโดย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศุภวีร์ เกลี้ยงจันทร์

รองคณบดีฝ่ายบริหารวิทยาเขตสงขลาและวิจัย

(ภาคใต้โครงการปัญญาชนสาธารณะ คณะนิติศาสตร์)

ภาพข่าวโดย : นายจตุพล จันทร์มล

เจ้าหน้าที่บริหารงาน คณะนิติศาสตร์

"นิติเป็นเลิศ เทิดคุณธรรม นำยุติธรรมสู่สังคม"

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

#คณะนิติศาสตร์มอทักษิณ #ปัญญาชนสาธารณะ

#LAWLUI #LAWTSU #นิติศาสตร์

#คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ

#เรียนนิติศาสตร์ต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ

#นิติเป็นเลิศ_เทิดคุณธรรม_นำยุติธรรมสู่สังคม #นิติศาสตร์มทษ

FACULTY OF LAW - TSU